การคำนวณค่าระดับและระยะ 
ด้วยวิธี
STADIA METHOD


การทำ stadia ส่วนมากนั้นใช้ในงานที่ ไม่ต้องการความละเอียดของงานมากนัก และใช้ในงานที่
พื้นที่ต่างระดับกันมากเช่น ในป่าที่เป็นภูเขาต่างๆซึ่งในพื้นที่ที่ต่างระดับกันมากๆนั้น กล้องระดับเป็นกล้องที่มีขีดจำกัด
ความสามารถในการอ่านค่าระดับ การใช้กล้องวัดมุมนั้น จะทำให้งานที่มีความต่างระดับกันมากๆเสร็จได้รวดเร็วขึ้น
 
ยกตัวอย่าง การตั้งของกล้องระดับ
ในพื้นที่ที่สูงมากๆ ตั้งขากล้องระดับหน้าอก ไม่สามารถมองเห็น
ค่าบนไม้ระดับได้ (ตัวไม้
staff อยู่ต่ำกว่ากล้องมาก)ต้องเปลี่ยนมาตั้งกล้องในระดับเอวอีกรอบ
ส่วนถ้าเป็นกล้องวัดมุมคุณเพียงแค่ กระดก กล้ิองในมุมดิ่งก็สามารถอ่านค่าระดับได้แล้ว
....รวดเร็วในงานสนามแต่งานคำนวณช้าหน่อยกว่าจะหมดแต่ละ
sta ป้อนข้อมูลลงคอมจนมือชา 555..
 

sta BS. HI. IFS. FS. ELEV
Bm0 1.564 101.564     100.000
p0     1.540   100.024
P1 1.480  101.563   1.481 100.083

      

การคำนวณค่าระดับ  คำนวณโดยอาศัยระดับแกนกล้อง  HI  เป็นหลักโดยการใช้สูตร  คือ 

                1)  H.I  =  Elev ณ.หมุด  BM + ค่า BS
            2
Elev  ณ.หมุดที่ต้องการ               =  HI FS และ IFS
    เพราะฉะนั้น 100.000+1.564=
101.564-1.540=100.024 นำค่าhiตัวเดิม-FSตัวต่อไปจะได้เป็นค่าElev พีต่อไป
                        
101.564- 1.481=
100.083
 

สายใยกลาง สายใยบน สายใยล่าง มุมแนวดิ่ง มุมแนวราบ ค่าระดับ ระยะทาง หมายเหตุ

 

 

 

p0

 

 

 

 

 

 

100.024

hi 1.54

101.564

 

 

 

1.700

2.112

1.299

88 - 34

64 - 00

101.896

81. 30

Rบน

2.300

2.415

2.182

88 - 16

95 - 00

99.968

23 . 30

L

2.700

2.752

2.651

92 - 19

95 - 00

98.456

10 . 10

Lล่าง

               


     

     อันนี้ผมจำสูตรคำนวณมันไม่ได้(เพราะสูตรมันแปลงไปอยู่ในโปรแกรมExcelหมดแล้ว) แต่พอจะคิดได้ดังนี้
    อันดับแรก นำค่า
ELEV จากตาราง profile ของ p แรก มาบวกกับ ค่า hi ของ cross-section (ตารางที่2) 
    100.024+1.54 = 101.564 ค่าhiตัวนี้ได้มาจากการใช้เทปวัดจากหัวหมุดตั้งกล้อง ถึงแกนกล้อง
    อันดับที่สอง นำสายใยบน ลบ สายใยล่าง คูณ ด้วยค่าเค (
k = 100) ของกล้อง 2.112 - 1.299 x 100 =
81.30
    นำ 101.564 - 1.700 = 99.864 + 81.30cos มุมดิ่ง 88 - 34 =
101.898 ตารางถัดมาก็คำนวณเหมือนกัน